อดีตพนักงานโรงานหลังถูกเลิกจ้าง หันมาปลูก ‘ผักสลัด’ สร้างรายได้เสริม

Loading...

จะมีสักกี่คนที่สามารถทำงานที่เรารักไปพร้อมกับการทำสิ่งที่เราชอบได้ในเวลาเดียวกัน และน่าทึ่งเมื่อสิ่งที่เราชอบยังสามารถสร้างเป็นรายได้เสริมอีกด้วย เชื่อว่าคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่กำลังใช้ชีวิตอยู่ในการทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ต่างก็ใฝ่ฝันอยากจะหาอาชีพเสริมหรืออยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองทั้งนั้น บางคนติดปัญหาเรื่องต้นทุน หรือลงมือทำไปแล้วกลับไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้

นาย กฤษฎา วงค์สูงอายุ 37 ปีอดีตพนักงานโรงงาน หลังจากถูกเลิกจ้างเมื่อ2-3ปีก่อน ได้ออกมาขายขนมปังปิ้งไส้แตก และเป็นเจ้าของฟาร์มผักไฮโดรโปนิสก์ ซึ่งตนเองและน้าสาวได้ทดลองปลูกแบบลองผิดลองถูกมาเกือบปี และตนชอบคือการทำเกษตร แม้พื้นฐานทางบ้านจะไม่ใช่เกษตรกรแต่เริ่มแรก แต่ด้วยความสนใจมาตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากชอบดูในการเจริญเติมโตของพืช จึงสะสมประสบการณ์ด้านเกษตรมาตลอด

Loading...

จนสามารถทำงานเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง และหันไปลงทุนปลูก ‘ผักสลัด‘ แบบไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งได้ศึกษาจากทางอินเตอร์เน็ต!ในช่วงแรกนั้นมีแนวคิดที่จะปลูกเพื่ออยากให้ครอบครัวมีกิจกรรมทำร่วมกัน และมีผักปลอดสารพิษไว้รับประทานกันภายในครอบครัว โดยแปลงแรกได้ลงทุนไปประมาณ 30,000 บาท ผลคือ พบปัญหามากมายทั้งเรื่องโรค แมลง สภาพน้ำ เนื่องจากขาดความรู้และเทคนิคต่างๆ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นสิ่งที่ขัดขวาง

จนได้ศึกษาอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่งผลปรากฏว่าได้ผลผลิตที่ดี และมีคุณภาพ จึงลงทุนเพิ่มแปลงเพาะปลูกโดยประดิษฐ์ขึ้นมาเอง เพื่อเป็นการลดต้นทุน ซึ่งในขณะเดียวกันเริ่มทำการตลาดวางแผนที่จะปล่อยสินค้าของตนเอง โดยเริ่มจากการเปิดเพจเฟซบุ๊ก และการบอกปากต่อปาก และลุยลงพื้นที่เจาะไปตามร้านอาหารต่างๆ จนออร์เดอร์การสั่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันที่ฟาร์มมีอยู่ประมาณ 10 แปลงโดยผักที่ฟาร์มเลือกที่จะปลูกมีประมาณ 4-5 ชนิดอาทิ กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค คอส และฟินเนอเร่ ซึ่งเป็นผักเมืองหนาว

และยังเหมาะสำหรับนำไปทำผักสลัด ส่วนเรื่องเทคนิควิธีการเพาะปลูก นาย กฤษฎา เผยว่าเริ่มต้นจากการนำฟองน้ำ (หาซื้อได้จากแหล่งจำหน่ายอุปกรณ์เพาะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์) ก่อนจะนำไปแช่น้ำ แล้วนำมาใส่ภาชนะและทำการหยอดเมล็ดลงไป เมื่อหยอดครบทุกช่องแล้ว หลังจากนั้นนำไปพักเก็บไว้ในที่มืด แต่ให้มีอากาศถ่ายเทได้

หลังจากนั้นประมาณสัก 2-3 วัน จากเมล็ดจะงอกกลายเป็นต้นอ่อน สามารถนำออกมาปลูกในที่โล่งได้แล้ว แต่พยายามอย่าให้โดนแดดที่แรงมากจนเกินไป ต่อจากนั้นประมาณ 5-7 วัน ให้สังเกตดูที่ต้นอ่อนจะเริ่มมีใบที่ 3 และ 4 ออกมา ก็สามารถเริ่มใส่ปุ๋ยน้ำชนิด AB ซึ่งจะเป็นธาตุอาหารสำหรับผักสลัด โดยใส่ในค่าที่น้อยประมาณ 0.8 ต่อจากนั้นประมาณ 14-20 วัน สามารถย้ายมาปลูกลงรางได้เลย โดยไม่มีการใช้สารเคมีแต่อย่างใดซึ่งการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์นั้นต้องดูแลในเรื่องของน้ำและแสงแดดเป็นหลัก เนื่องจากหากน้ำขาดจะทำให้ต้นตายได้รวมถึงแสงแดด เมื่อย้ายลงรางแปลงปลูกแล้วจะใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 20 วัน รวมระยะเวลาตั้งแต่หยอดเมล็ดจนถึงเก็บเกี่ยวจะใช้เวลาประมาณ 40-45 วัน ก็สามารถนำมารับประทานหรือนำไปจำหน่ายต่อได้แล้ว

ส่วนเรื่องปัญหาและการดูแลในแต่ละช่วงฤดูนั้น ในช่วงหน้าร้อนส่วนใหญ่จะพบปัญหาต้นไม่โตและรากเน่า ควรหมั่นดูแลสภาพน้ำให้เย็นและมีอุณหภูมิที่พอเหมาะ รวมถึงการใช้ตัวสปริงเกอร์ตั้งเวลาให้ถี่ขึ้นเพื่อใช้ในการสร้างหมอกไอน้ำทำให้เกิดความชุ่มชื้น และยังเป็นการไล่แมลงศัตรูพืชได้อีกด้วยในช่วงหน้าฝนมักจะพบปัญหาโรคใบจุด เนื่องจากฝนที่ตกลงมาส่วนใหญ่จะมีสารปนเปื้อนมาด้วยจึงส่งผลต่อต้นผักโดยตรง วิธีแก้นั้นภายหลังจากฝนตกลงมาแล้ว ควรใช้น้ำฉีดล้าง ส่วนหน้าหนาวจะเป็นช่วงที่อากาศเหมาะสมมากที่สุด ต้นผักจะมีน้ำหนักมากขึ้น

เรื่องราคาจำหน่ายหากเป็นราคาส่งจะอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 120-150 แล้วแต่ช่วงฤดูกาล และบ้างครั้งเป็นต้นละ35-40 บาทแล้วแต่ลูกค้าจะไปขาย ซึ่งในแต่ละเดือนจะได้ผักไว้จำหน่ายประมาณ 200-300 กิโลกรัม สามารถสร้างเป็นรายได้เสริมเฉลี่ยเดือนละ 20,000-30,000 บาทเลยทีเดียว

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากศึกษาวิธีการเพาะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ หรือสนใจอยากไปเลือกซื้อเลือกชม สามารถไปได้ที่ ถนนซอยวัดบ่อวิน ติดทางเข้าหมู่บ้านบูรพา หมู่ 2 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี หรือ เบอร์โทรศัพท์ 0969899198(คุณกฤษฎาหรือโน้ต)

ภาพ/ข่าว ไพโรจน์ วรนุช

Loading...

Leave a Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *