พฤศจิกายน 30, 2021

โอนเงินเยียวย า กลุ่มตกหล่น ม.33 39 40 ถึง 31 ธ.ค. 64 นี้

เมื่อ วันที่ 26 สิงหาคม 2564 “ประชาชาติธุรกิจ” อัพเดตความคืบหน้าการโอนเงินโครงการเยียวย าให้คนไทย

ที่เป็นผู้ประกันตนประกันสังคมในมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมการระบาดสูงสุด

(สีแดงเข้ม) จำนวน 29 จังหวัด ทั้งนี้ การโอนเงินให้ลูกจ้ างทำผ่านบัญชีธนาคารผูกพร้อมเพย์กับเลขประจำตัว

ประชาชนเท่านั้น และแบ่งเป็นรอบ ๆ ตามกลุ่มพื้นที่ แบ่งเป็น 3 กลุ่มจังหวัด รวมทั้งหมด 29 จังหวัด ดังนี้

10 จังหวัด ได้แก่ กทม. นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา

3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธย า

16 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก นครนายก นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง

ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี และอ่างทอง

ที่ผ่านมากระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ได้จัดการโอนเงินไปแล้วทุกมาตรา ในแต่ละกลุ่มจังหวัด ดังนี้

ลูกจ้ างมาตรา 33 กลุ่ม 10 จังหวัด รับเงินจำนวน 2,500 บาทต่อคน ทำการโอนวันที่ 4-6 สิงหาคม

ลูกจ้ างมาตรา 33 กลุ่ม 3 จังหวัด ทำการโอนวันที่ 9 สิงหาคม

ลูกจ้ างมาตรา 33 กลุ่ม 16 จังหวัด ทำการโอนวันที่ 20 สิงหาคม

นายจ้ างมาตรา 33 กลุ่ม 10 จังหวัด และกลุ่ม 3 จังหวัด รับเงินจำนวน 3,000 บาทต่อลูกจ้ าง 1 คน

สูงสุดไม่เกินลูกจ้ าง 200 คน ทำการโอนวันที่ 20 สิงหาคม

แรงงานอิสระมาตรา 39 กลุ่ม 10 จังหวัด และกลุ่ม 3 จังหวัด รับเงินจำนวน 5,000 บาทต่อคน ทำการโอนวันที่ 23 สิงหาคม

แรงงานอิสระมาตรา 40 กลุ่ม 10 จังหวัด และกลุ่ม 3 จังหวัด รับเงินจำนวน 5,000 บาทต่อคน ทำการโอนวันที่ 24-26 สิงหาคม

โอนเงินกลุ่มตกหล่นถึงสิ้นปี 64

ลัดดา แซ่ลี้ โฆษกสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

นางสาวลัดดา แซ่ลี้ โฆษกสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ทางสำนักงานประกันสังคมได้มีการขยับ

การโอนเงินให้ผู้ประกันตนเร็วขึ้น จากกำหนดเดิมที่จะโอนให้ผู้ประกันตนมาตรา 40 กลุ่ม 16 จังหวัด ในวันที่ 27 สิงหาคม

ก็เปลี่ยนมาโอนเงินวันที่ 24-25 สิงหาคม 2564 และปรับจากโอนวันละ 1 ล้านคน เป็น 2 ล้านคน

แต่ผู้ประกันตนมาตรา 40 ที่สำนักประกันสังคมทำการโอนเงินให้วันที่ 24-25 สิงหาคม คือผู้ที่มีสถานะ A หมายถึง

ผู้ประกันตนกลุ่ม 10 จังหวัดและ 3 จังหวัด ที่สมัครมาตรา 40 ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 และชำระเงินสมทบ

ภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2564 และกลุ่ม 16 จังหวัด ที่เป็นผู้ประกันตนสถานะ A ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2564

ส่วนกลุ่ม 3 จังหวัด และกลุ่ม 16 จังหวัด ที่เปิดโอกาสให้สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 เพิ่มเติม เพื่อรับเงินเยียวย า

5,000 บาท ต้องสมัครและส่งเงินสมทบภายในวันที่ 24 สิงหาคม ซึ่งทางสำนักงานประกันสังคมจะรวบรวมข้อมูลผู้ที่

สมัครขึ้นทะเบียนช่วงวันที่ 4-24 สิงหาคม 2564 และจะแจ้งวันที่ทำการโอนเงินเยียวย าให้ทราบเร็ว ๆ นี้

นางสาวลัดดา บอกด้วยว่า กลุ่มตกหล่นหมายถึง กลุ่มที่ทางประกันสังคมพย าย ามโอนเงินให้แต่ไม่สำเร็จ ยกตัวอย่ าง

ที่ทำการโอนเงินให้แรงงานอิสระมาตรา 39 กลุ่ม 10 จังหวัด และกลุ่ม 3 จังหวัด คนละ 5,000 บาท เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม

มีการโอนไม่ผ่านประมาณ 1 แสนคน โดย 90% มาจากสาเหตุผู้ประกันตนยังไม่ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน

“ขอกำชับให้ผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 และ 40 ในพื้นที่ 29 จังหวัด ที่มีสิทธิรับเงินในโครงการเยียวย า สมัครและจ่าย

เงินสมทบในวันที่กำหนด ดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์ธนาคารกับเลขบัตรประชาชนให้เรียบร้อย ซึ่งกลุ่มตกหล่นไม่ต้องเป็น

กังวล เพราะเราจะทำการโอนเงินให้จนครบ ทุกวันพฤหัสบดี (จากเดิมที่แจ้งเป็นโอนทุกวันศุกร์) โอนจนถึง 31 ธันวาคม 2564”

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ทางสำนักงานประกันสังคมจะทำการติดต่อนายจ้ างอีกทางหนึ่ง เพื่อให้นายจ้ างแจ้งลูกจ้ างทำ

การผูกบัญชีพร้อมเพย์ธนาคารกับเลขบัตรประชาชนให้เรียบร้อย หรือบางรายที่บัญชีถูกปิดให้ทำการเปิดให้เรียบร้อย

ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 และ 40 ที่ยังไม่ได้รับเงินโอน ขอตรวจสอบข้อมูลสิทธิ และสถานะได้ที่ทางเว็บไซต์สำนักงาน

ประกันสังคม www.sso.go.th/eform_news หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่กระทรวงแรงงาน โทร.1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“คำถามที่ถูกสอบถามมามากว่า การนับว่าผู้ประกันตนมาตรา 40 อยู่ในกลุ่มจังหวัดใด ทางสำนักงานประกันสังคมดูจากจังหวัด

ที่ผู้ประกันตนทำการจ่ายเงินสมทบ และผู้ประกันตนมาตรา 40 จะหลุดออกจากระบบตอนที่ทำเรื่องลาออกเท่านั้นสถานะผู้ประกัน”

นางสาวลัดดากล่าว

แก้ไขชื่อ-นามสกุล

ผู้ประกันตนมาตรา 39 และ 40 ที่ชื่อหรือนามสกุลบัญชีธนาคารที่รับเงินโอนไม่ตรงกับตอนที่ขึ้นทะเบียนสมัครเป็นผู้ประกันตน

เพราะผู้ประกันตนอาจเปลี่ยนชื่อภายหลัง หรือตอนสมัครมีการสะกดผิด ให้แจ้งเปลี่ยนข้อมูลให้ถูกต้อง โดยสามารถทำได้โดยเลือกวิธีหนึ่ง ดังนี้

1) โทร.ไปที่สำนักงานประกันสังคมเบอร์สายด่วนประกันสังคมหมายเลข 1506 หรือเบอร์โทรสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่

ในเวลาทำการ เพื่อเจ้าหน้าที่ทำการเปลี่ยนให้ และเตรียมส่งหลักฐานต่าง ๆ ตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด เช่น บัตรประชาชน

และสำหรับคนที่เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ให้นำหลักฐานเปลี่ยนชื่อ-สกุล

2) ไปที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ เพื่อเปลี่ยนข้อมูลในระบบให้ โดยนำหลักฐานแสดงชื่อที่ถูกต้องไปด้วย ได้แก่

บัตรประชาชน และสำหรับคนที่เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ให้นำหลักฐานเปลี่ยนชื่อ-สกุลไปด้วย

3) ติดต่อทางระบบข้อความของเฟสบุ๊คของประกันสังคมแต่ละเขตพื้นที่ เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการเปลี่ยนให้

และเตรียมส่งหลักฐานต่าง ๆ ตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด เช่น บัตรประชาชน และสำหรับคนที่เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล

ให้นำหลักฐานเปลี่ยชื่อ-สกุล

โดยสามารถเข้าระบบสมาชิกผู้ประกันตนที่ลิงก์นี้ www.sso.go.th/wpr/main/login เพื่อตรวจดูข้อมูลชื่อ-นามสกุล

ในระบบประกันสังคม ให้แน่ใจก่อนว่าสะกดถูกหรือไม่ ตรงกับบัตรประชาชนหรือไม่